ขับรถลุยน้ำอย่างไรเพื่อให้เครื่องยนต์ไม่พัง?
🌊🚘 ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ หลายพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขังได้ และการขับรถลุยน้ำท่วมควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากขับฝ่าไปยังจุดที่มีน้ำท่วมขังสูง เครื่องยนต์อาจดูดน้ำเข้าไปจนทำให้เกิดความเสียหายได้
เราขอแนะนำวิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรไม่ให้เครื่องยนต์พังมาฝากกันค่ะ
1.ประเมินความลึกเสียก่อน - ก่อนจะเริ่มขับรถลุยน้ำ ควรประเมินความลึกของระดับน้ำด้วยสายตาเสียก่อน หากน้ำท่วมขังเสมอระดับฟุตบาท ก็คาดคะเนได้ว่าจะมีความลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่าที่รถเก๋งจะผ่านไปได้อย่างปลอดภัย ดังนั้นหากเห็นว่าน้ำท่วมมิดฟุตบาท ก็ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นจะดีกว่า เว้นแต่เป็นรถยกสูงหรือรถกระบะก็อาจพอผ่านไปได้ 2.ควรปิดแอร์เมื่อน้ำท่วมสูง - หากพบว่าน้ำท่วมสูงในระดับแตะใต้ท้องรถ ควรรีบปิดระบบปรับอากาศโดยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับพัดลมในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการโอเวอร์ฮีตหลังลุยน้ำได้
3.เลือกเลนให้เหมาะสม - ควรเลือกใช้เลนที่มีระดับน้ำต่ำที่สุด ซึ่งโดยมากแล้วเลนที่อยู่ชิดฟุตบาทจะมีระดับน้ำลึกกว่าเลนที่อยู่ถัดออกไป ซึ่งผู้ขับขี่สามารถสลับเปลี่ยนเลนไปมาได้ตามความเหมาะสมโดยยึดความปลอดภัยเป็นสำคัญ 4.ใช้ความเร็วให้ต่ำที่สุด - อย่าเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำจะต้องเร่งเครื่องสูงเพื่อป้องกันรถดับ เนื่องจากขณะเร่งรอบสูง เครื่องยนต์ก็จะดูดเอาอากาศจากท่อไอดีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพิ่มโอกาสเสียงที่น้ำจะถูกดูดเข้าเครื่องยนต์จนทำให้ก้านสูบงอหรือหักได้ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเร่งรอบสูง ใช้ความเร็วช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิธีนี้จะช่วยให้มีโอกาสรอดได้มากกว่า
เคล็ดลับง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากการขับรถลุยน้ำท่วมแล้วค่ะ
นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาสำหรับทำเลย่านศูนย์กลางเมือง ของกทม.!!!
บริษัท ฟาสต์เกอร์ จำกัด
Fastker Co., Ltd. (Head Quarter)
เวลาทำการ
จ-ศ. 8.00-17.00น.
ที่อยู่บริษัท
22,24 ซอยรามคำแหง2 ซ.13 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. 10250
ไลน์บริษัท
| ไลน์ ไอดี | @FASTKER |
|---|---|
| ฝ่ายบุคคล | @FASTKERJOB |







